ชุมชนนักศึกษาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
บ้านช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

ตอบShare | 
 

 ห้องเชียร์ รับน้อง และการว้าก...

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
ta46
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 2833
Join date : 11/06/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: ห้องเชียร์ รับน้อง และการว้าก...   Sat Jun 25, 2011 7:09 pm

วันนี้บรรยากาศแปลกๆ ครึ้มฟ้าครึ้มฝน
อยู่ๆ ก็เลยมีอารมณ์แปลกๆ อยากมาพูดเสนอมุมมอง ความคิดเรื่อยเปื่อย
เป็นมุมมองเชิงวิชาการก็ไม่ใช่ เป็นมุมมองเล่นๆ ก็ไม่เชิง
จะได้สาระบ้าง หรือไม่ได้สาระเลย ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ
คนโพสไม่เคยได้ 4 จุด อ่านเล่นๆ ก็ไม่ต้องหาสาระอะไรจากเนื้อหามากนะครับ
เหอๆๆ

ha ha

เอาหละ เนื้อหาที่จะพูดวันนี้ ก็คงเป็นประเด็นยอดฮิตอย่างเรื่อง ห้องเชียร์ รับน้อง และการว้าก...

oh no

เอ... เริ่มตรงไหนดี
เอาเป็นว่าพูดตามความรู้สึกละกันเนอะ ทฤษฎี อะไรๆ คงไม่เอามาใช้ละกันเพราะไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่
ก็เป็นนักทำ ไม่ใช่นักจำอะ
เริ่มเลยเนอะ

ทำการบ้าน


_________________


แก้ไขล่าสุดโดย ta46 เมื่อ Sat Jun 25, 2011 9:19 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://socanpcmu.forumth.com
ta46
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 2833
Join date : 11/06/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ห้องเชียร์ รับน้อง และการว้าก...   Sat Jun 25, 2011 7:14 pm

การรับน้องในห้องเชียร์ หากเราจะมาพูดถึงมันจริงๆ ก็คิดว่ายาวหลายหน้าทีเดียว ไม่รู้จะมีใครอ่านรึปล่าว และเรื่องๆ นี้ ก็คิดว่าคงมีหลายคนที่พูดถึงมากพอสมควร ว่าจะควรจะใช้วิธีนี้อยู่หรือไม่ หรือควรเอาออกไปจากสังคมดีไหม โดยเฉพาะระบบนึง ที่เรียกกันอย่างติดปากว่า “ระบบการว้าก..”
อันที่จริงสมัยก่อน ก็เคยได้ลองโพสเล่นๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปบ้างแล้วในเว็บบอร์ด soc-anp นั่นก็เป็นเพียงความเห็นในแง่คิดด้านนึงเกี่ยวกับเรื่องการรับน้อง และก็มีรุ่นน้องสนใจนำข้อความที่โพสในเว็บ แอบไปตีพิมพ์ใน soc-anp newsletter โดยไม่บอกกล่าวด้วย บังเอิญเปิดไปเจอก็แอบดีใจนิดๆ ที่ยังมีคนสนใจนำไปเผยแพร่อยู่ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่รู้เลยว่าจะมีใครเข้ามาอ่านข้อความที่พิมพ์ลงไปในเว็บบอร์ดมั่ง เพราะเพื่อนๆ ที่รู้จักหลายๆ คน ก็ไม่ค่อยสนใจเข้าเว็บบอร์ดไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันเท่าไหร่ คนโพสปกติก็พูดไม่ค่อยเก่งด้วย พูดช้าพูดไม่ค่อยทันชาวบ้านเขา ก็เลยเอามาโพสในเว็บบอร์ดละกัน จะได้ไม่มีใครมาแย่งพูด (ฮา...)
happy

การรับน้องนั้น ตอนนี้หากดูกันจริงๆ หลายที่ก็คิดว่าคงมีรูปแบบหลากหลาย แตกต่างกันไป ร้อยพันสถาบัน ก็มีร้อยพันรูปแบบการรับน้อง ระบบที่เรียกว่า “การว้ากน้อง” ก็ดี "sotus" ก็ดี ก็คงมีหลายร้อยรูปแบบ แล้วก็เห็นมีผู้คนต่างๆ นักวิชาการ อาจารย์ นักศึกษา ฯลฯ ที่ออกมาแสดงความเห็น แสดงทัศนคติหลากหลาย ทั้งเก่าและใหม่ ไปผูกโยงทฤษฎีนั้น ทฤษฎีนี้ เยอะแยะพอสมควร หากจะถามว่าความคิดเห็นและทัศนคติต่างๆ เหล่านี้ผิดหรือไม่ ผมก็ตอบได้คำเดียวว่าไม่มีทฤษฎีไหนผิดหรอก แต่ก่อนที่เราจะออกมาเสนอมุมมองแง่คิดต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งๆ นี้ อยากถึงพริกถึงขิงเนี่ย เรารู้จัก “ความหลากหลาย” ของระบบนี้ดีหรือยัง
ถ้าจะพูดถึงความหลากหลายจริงๆ ก็คิดว่าคงจะหายากพอสมควร ที่จะมีคนเข้าใจถึงข้อนี้อย่างถ่องแท้ลึกซึ้ง ถึงความหลากหลายของระบบรับน้อง แม้แต่ผมเองก็ไม่รู้ถึงขนาดนั้นเช่นกัน ว่ามันมีเยอะแค่ไหน
roll

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://socanpcmu.forumth.com
ta46
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 2833
Join date : 11/06/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ห้องเชียร์ รับน้อง และการว้าก...   Sat Jun 25, 2011 7:19 pm

การว้าก มีกี่แบบ..??? ใครตอบได้บ้าง...??? ถ้าจะถามคำถามนี้กลับไปหานักวิชาการต่างๆ ที่ที่มีความรู้ทางทฤษฎีอะไรๆ มากมาย ก็ไม่รู้ว่าจะได้คำตอบเช่นไรเหมือนกันนะ ผมเองผมก็ยังอยากรู้เลย ว่าสรุปแล้ว การว้ากน้องมีกี่แบบ...??? เพราะผมก็ไม่ใช่คนที่มีความรู้เยอะถึงขั้นที่ออกมาวิจารณ์อะไรได้แบบนั้น

ส่วนใหญ่แล้วผมมักจะเห็นบทความต่างๆ มักออกมาเสนอความคิดด้านเดียว คือการสืบทอดระบบเผด็จการบ้าง การสืบทอดระบบอำนาจบ้าง ระบบผลประโยชน์บ้าง ฯลฯ อืมมมม แล้วผมก็อยากถามจริงๆ ว่าการสืบทอดที่ว่านี้ มันสืบทอดเพื่อให้คนเลียนแบบด่ากัน เพื่อให้คนใช้อำนาจใส่กัน หรือว่าแท้ที่จริงแล้ว เป็นการสืบทอดเพื่อสื่อให้เห็นถึงระบบที่น่ากลัวในสังคมที่เราต้องออกไปเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กันแน่

หาาา

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://socanpcmu.forumth.com
ta46
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 2833
Join date : 11/06/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ห้องเชียร์ รับน้อง และการว้าก...   Sat Jun 25, 2011 7:28 pm

ถ้าหากว่าระบบนี้ เป็นระบบที่ไม่ได้สอนให้คนคิดเป็นจริงๆ ผมว่าผมก็ไม่สนับสนุนนะ เพราะตัวผมเองก็ไม่ชอบอยู่แล้วให้คนนู้นมาด่า ให้คนนี้มาว่า แต่ถามจริงๆ เวลาออกไปทำงาน หลายคนที่เจอลูกค้าด่าว่า เจอเจ้านายบ่นเช้าเย็น อยากจะถามว่า เจ้านายเหล่านั้น ผ่านห้องเชียร์มาก่อนหรือไม่ เคยถูกสอนให้เป็นว้ากเกอร์มาก่อนหรือไม่หละ... ???
หาาา

ระบบว้าก หากคนใช้เป็นและคิดเป็น มันก็แค่ระบบ ระบบนึง ที่ตีแผ่ด้านมืดของสังคมที่เราอาจจะต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถามว่าคนส่วนใหญ่ที่จบห้องเชียร์ไป แล้วเอาไปใช้ด่าเพื่อน ด่าพี่ ด่าน้อง ด่าคนรอบข้างหรือไม่...

ผมว่าถ้าระบบว้ากที่ดี มันไม่ได้สอนให้เราไปด่าใครนะ ไม่ได้สอนให้เราไปใช้อำนาจใส่ใคร แต่มันสอนให้รู้จักการปรับตัวในสังคม การเอาใจเขามาใส่ใจเรา การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การแบ่งปันสิ่งต่างๆ รวมถึงการรู้จักอภัย การให้ การเสียสละ การมีมิตร การมีความรักคนรอบข้าง การรู้จักความสามัคคี การแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งอันนี้มันสำคัญนะ เพราะมันจะเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เราผ่านพ้นห้องเชียร์นี้ไปด้วยกันได้ เปรียบเหมือนกับในระบบสังคมจริงๆ ที่มีปัญหารอบด้าน คุณจะผ่านมันไปด้วยตัวคุณเองโดยที่ไม่ใส่ใจคนรอบข้างอะไรเลยอย่างนั้นหรือเปล่าหละ

ผมว่าสมัยนี้การแบ่งปันน้ำใจให้กันนับวันก็จะน้อยลง น้อยลงทุกทีนะ แม้แต่คนที่ผ่านห้องเชียร์มาด้วยกัน ห้องเชียร์ก็อาจจะช่วยให้คนหลายคนได้คิดในระดับนึง แต่บางคนต่อให้มีเรียนโรงเรียนสอนน้ำใจงามมาช่วย ก็เปลี่ยนพฤติกรรมเขาไม่ได้ ห้องเชียร์ดีๆ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้เช่นกัน ยิ่งถ้าเป็นห้องเชียร์แย่ๆ หละ ยิ่งไปกันใหญ่

นั่นแหนะพูดเฉลยไปให้ได้อ่านกันบ้างละ ตอนนี้เห็นอะไรกันมั่งหรือยังครับว่า มันมีทั้งห้องเชียร์ดีๆ ห้องเชียร์แย่ๆ ฯลฯ เรารู้จักหรือยัง ว่าห้องเชียร์ดีๆ ห้องเชียร์แย่ๆ เป็นยังไง หรือว่าเรารู้จักเพียงแต่ “ห้องเชียร์แย่ๆ” แค่นั้นเอง
ส่วนเรื่องระบบ sotus อะไร อะไรนั้น ขอข้ามไปเลยละกัน เพราะมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่คนยกเอามาใช้เท่านั้น
บางคณะบางสถาบัน มีการว้าก มีการรับน้อง แต่ถามว่าเป็นระบบ sotus เต็มตัวหรือไม่ ก็ไม่เชิงตอบได้เต็มปากขนาดนั้น
เพราะเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ต้องมีการประยุกต์ ปรับเปลี่ยน ให้เข้ากับสมัยไปเรื่อยๆ จะใช้แบบเดิมๆ บางทีก็อาจจะดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่


wow

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://socanpcmu.forumth.com
ta46
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 2833
Join date : 11/06/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ห้องเชียร์ รับน้อง และการว้าก...   Sat Jun 25, 2011 7:31 pm

ระบบห้องเชียร์ที่ดี เป็นเช่นไร ระบบที่แย่ๆ เป็นเช่นไร อันที่จริงเราต้องดูกันหลายเรื่อง ถึงจะบอกได้ว่าระบบที่ไหน มีลักษณะเข้าข่ายอย่างไร แต่ถ้าจะเอาง่ายๆ เรื่องพวกนี้ เราก็ใช้เกณฑ์ตัดสินพื้นฐานเบื้องต้น คือ ระบบไหนใช้ ”อารมณ์” ระบบไหนใช้ “เหตุและผล” ก็พอจะเห็นได้ลางๆ ว่าเป็นระบบยังไง

อันที่จริงเคยกล่าวไปนิดนึง เกี่ยวกับเรื่องของ “การว้าก” คือ ถ้าเรา ดีแต่ด่า ดีแต่ว่า แล้วก็เดินจากไป ผมถือว่าคนแบบนี้ เป็นคน “โง่”
โง่ ในที่นี้ผมไม่ได้หมายความว่าเป็นคนไม่ฉลาด แต่เป็นคนที่ไม่รู้จักทำในสิ่งที่ฉลาด คือ ใช้แต่อารมณ์ ด่าๆๆ อย่างเดียว แล้วก็แฝงความสะใจ ส่งต่อให้รุ่นน้องไปเรื่อยๆ นี่แหละครับวิธีที่ไม่ฉลาด

การว้ากที่น่าจะดี ไม่ใช่ดีแต่ด่า ดีแต่ว่า แต่ควรแฝงแง่คิด น้องทำผิดก็ตักเตือนและบอกแนวทางวิธีแก้ไข น้องทำถูกก็ชมเชย เหมือนพี่สอนน้องไปในตัว โดยที่ไม่ได้เน้นเฉพาะแต่อารมณ์ แต่ควรเน้น เหตุ และผล ไม่ใช่หรือ
ผมว่าคนส่วนใหญ่ที่ผ่าน “ห้องเชียร์ที่มีเหตุผล” เขาคงรักการเป็นห้องเชียร์แบบ “ไม่มีเหตุผล” ละมั้ง เพราะมันเป็นระบบที่สอนเราไปในตัว ต่างกับระบบที่ใส่แต่ความสะใจของรุ่นพี่เพียงอย่างเดียว โดยที่รุ่นน้องไม่ได้สาระอะไรจากระบบห้องเชียร์ หรือระบบว้ากเหล่านี้เลย

คราวก่อนนั้นเคยเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การรับน้องในแต่ละที่ ที่มีความต่างกัน ได้เจอได้เห็นมุมมองอะไรๆ ที่ค่อนข้างหลากหลาย ได้เห็นถึงระบบของบางที่ ที่ทำให้คนเหนียวแน่น ได้เห็นถึงระบบบางที่ ที่ทำให้คนเกลียดกัน ได้เห็นพฤติกรรมของการรวมกลุ่มที่มีคนหลายประเภท หลายความคิด หลายอารมณ์ ที่บางระบบก็เน้นสนุกสนานเฮฮา ไม่มีการว้ากอะไรซักอย่าง ร้องรำทำเพลง ต่างๆ นาๆ แต่พอถึงเวลาทำงานจริงๆ งานก็เละไม่เป็นท่า บางที่ที่ต้องการความสามัคคีการร่วมมือร่วมใจ ถ้าเขามีระบบที่ฉลาดเขาก็สามารถรวมคนให้พร้อมเพรียงทำงานต่างๆ ให้เสร็จไปได้ด้วยดี บางที่เขาพยายามช่วยเหลือกันคิดระบบ โดยที่คนในกลุ่มไม่เข้าใจระบบอย่างแท้จริง ถึงเวลาเอาไปใช้จริงระบบก็เหลว คนก็แตกสามัคคีกันกว่าตอนใช้ระบบเดิมซะอีก ฯลฯ

ถามว่า “การว้าก” มันเป็นการริดรอนสิทธิหรือไม่..??? ก็อย่างที่ได้พูดไปแล้วว่ามันเป็นเพียงสถานการณ์ที่สร้างขึ้นเป็นภาพสะท้อนอย่างนึงในสังคมเท่านั้น แล้วถามจริงๆ พอหมดห้องเชียร์แล้ว หากห้องเชียร์นั้นสอนเป็น ผมก็เห็นแต่รุ่นพี่รุ่นน้อง เจอหน้าก็ทักทายยิ้มแย้มให้กัน มีอะไรก็มาปรึกษากัน สนิทกันจนบางทีรุ่นน้องยังแซวรุ่นพี่ จนรุ่นพี่เขินไปก็มี ก็ไม่เห็นว่าจะหันหน้ามาด่ากันซะที่ไหน หรือแม้แต่บางคนที่หลุดรุ่นหรือไม่เอารุ่น เราก็ยังคบหาเป็นเพื่อนอยู่ เพราะจุดประสงค์หลักของห้องเชียร์จริงๆ หากคนที่เข้าใจ ก็จะรู้ว่าเขามีไว้ “ทำให้คน เห็นค่าของคนอื่น” คนที่หลุดรุ่นหรือไม่เอารุ่น ถ้าเขาไม่เห็นแก่ตัวจริงๆ เราก็ยังชวนเขามาเป็นเพื่อนอยู่ดี เพราะคนเราก็คงจะมีเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนต่างกันไป บางคนไม่เอารุ่นเพราะกลัว บางคนไม่เอารุ่นเพราะไม่ชอบรุ่นพี่ หรือบางคนติดภารกิจอะไรอะไรก็แล้วแต่ คนที่ผ่านห้องเชียร์ดีๆ มา มีแต่อยากจะชวนมากกว่าขับไล่ ก็มีแต่จะมีแต่ชวนกันไปทำกิจกรรมช่วยเหลือชาวบ้านบ้าง ทำประโยชน์ให้สังคมบ้างเยอะแยะมากมาย ส่วนคนที่เอาแต่เรียนอย่างเดียวๆ โดยที่ไม่สนใจคนอื่นก็ต้องดูกันอีกที เพราะบางทีการเรียนสมัยนี้ ถ้าพูดกันจริงๆ มันทำให้คนเห็นแก่ตัวเยอะ แข่งกันเอาแต่เกรด เอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว คนอื่นเป็นอย่างไรก็ไม่สนใจ จบไปก็แข่งกันหางาน แข่งกันหาเงิน แข่งกันโกงกินประเทศ แข่งกัน แข่งกัน ไม่รู้จักจบจักสิ้น ฯลฯ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://socanpcmu.forumth.com
ta46
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 2833
Join date : 11/06/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ห้องเชียร์ รับน้อง และการว้าก...   Sat Jun 25, 2011 7:37 pm

ผมก็อยากฝากคำถามกลับไปบ้าง “บางคนไม่เคยผ่านห้องเชียร์ ไม่เคยผ่านการว้าก แล้วทำไมถึงไปว้ากบนเวที ด่าคนนู้น ด่าคนนี้ พอผมไปนั่งฟัง หาเหตุผลบางทีก็ไม่ค่อยจะมี บางทีก็มีแต่ “อารมณ์ล้วนๆ” ว้ากไป ว้ากมา บางกลุ่มก็พากันไปยึดสนามบิน บางกลุ่มก็พากันไปทุบร้านค้า บางกลุ่มก็พากันไปเผาบ้านเผาเมือง ผมว่า “ว้าก” แบบนี้ เมื่อเทียบกับการว้ากในระบบห้องเชียร์แล้ว มันสะท้อนให้เห็นอะไรบางอย่างมั้ยครับ ว่าห้องเชียร์ที่ดีเขาไม่ได้สอนให้ไปด่าคนอื่น ไม่ได้ไปสร้างความเสียหายให้คนอื่น ไม่ได้ว้ากเพื่อให้คนใช้อำนาจ แต่ว้ากเพื่อให้คนเห็นความน่ากลัวของอำนาจที่มีแต่ปัญหา ว้ากกันไป ว้ากกันมา เป็นกีฬาสีทางสังคมที่ผูกโยงกับอำนาจแบบเต็มๆ อย่างนี้สิครับ ต้องยกให้เป็น “พี่ว้ากตัวพ่อ” การว้ากในห้องเชียร์นี่มันแค่ภาพสะท้อนเล็กๆ ส่วนนึงเท่านั้น ที่ไม่ได้สอนให้ไปว้ากใคร แต่จงเข้าใจ และเห็นคนอื่นให้มากขึ้น ไม่ใช่ปลุกเร้าอารมณ์เพื่อไปทำลายล้าง ตรงกันข้ามกับไปปลุกจิตสำนึกทำให้เกิดแต่สิ่งสร้างสรรค์

เอาหละ พูดเกริ่นมาซะเยอะ ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนอ่านมากน้อยแค่ไหน จะได้สาระอะไรกันมั่งหรือปล่าว ก็เกรงว่าถ้าพูดหมดมันจะยาวเกินไป ก็ขอสรุปสั้นๆ เลยละกันนะครับ

ห้องเชียร์ การว้าก การรับน้อง หากรู้วิธีใช้ ใช้ให้ถูก ใช้ให้เป็น มันก็แค่เป็นภาพจำลองสถานการณ์อันหนึ่ง สะท้อนแง่คิดจากสังคมแห่งความเป็นจริง ที่มีปัญหาต่างๆ มากมายมารุมเร้า ให้เราหาวิธีแก้ไข และผ่านพ้นมันไปได้ หากผ่านมันไปแล้วโลกแห่งความเป็นจริงที่มีแต่การแย่งชิงแข่งขันกัน ยังโหดร้ายและน่ากลัวซะยิ่งกว่าสิ่งเหล่านี้หลายเท่านัก การรู้จักเพื่อน ก็เหมือนการรู้จักมิตร มิตรในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งมิตรแท้ มิตรเทียม ฯลฯ การมีมิตรที่ดีก็เป็นผลดีกับตัวเราให้ผ่านพ้นปัญหาต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เวลาไปอยู่ต่างที่ หากเรารู้จักการปรับตัว เราก็คงจะรู้จักวิธีสร้างมิตรมากกว่าสร้างศัตรู

บางคนไม่เข้าห้องเชียร์ เรียนหนังสือ เรียนเก่ง ไม่สนใจคนอื่น แข่งขันกันเอาเกรดไปสมัครงานอย่างบ้าคลั่ง พอจบไปทำงาน ก็แย่งชิงเก้าอี้แย่งชิงตำแหน่งกันโดยไม่สนใจใคร บางคนเป็นนักการเมืองก็แย่งกันหาแต่ประโยชน์ใส่ตัว สังคมเดี๋ยวนี้ คนเก่งแบบนี้นับวันก็เยอะครับ อย่าว่าแต่ห้องเชียร์เลยที่น่ากลัว คนแบบนี้น่ากลัวกว่าห้องเชียร์อีกครับ

อย่างน้อยก็แค่หวังว่า คนที่จบห้องเชียร์ไป จะไม่ดีแต่ด่า ดีแต่ว่า วิจารณ์คนอื่นเสียๆ หายๆ แล้วไม่ทำประโยชน์อะไรให้คนรอบข้างเลย ผมว่าคนอย่างนั้น น่าจะเอาออกไปจากสังคมมากกว่า เพราะห้องเชียร์ที่ดีหากเรารู้จักจุดประสงค์หลักจริงๆ เขาไม่ได้สอนคนให้ด่ากันครับ แต่เขาสอนให้เห็นถึงสังคมที่มันเต็มไปด้วยอำนาจการครอบงำ ว่ามันไม่น่าพิศมัยเลย เป็นสังคมที่วันนึงเราอาจจะต้องเจอในโลกภายนอกในรูปแบบต่างๆ ที่เราจะต้องหาทางช่วยกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไปให้ได้ พอทุกคนจบห้องเชียร์ไป ก็ต่างเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องกันทั้งนั้น เจอกันก็ทักทายกัน ยิ้มให้กัน ช่วยเหลือกัน

ถ้าทำระบบรับน้องหรือต้อนรับน้องไม่ว่าจะระบบอะไรก็แล้วแต่ อยู่ที่ว่าเรารู้จักระบบนี้ดีพอหรือยัง และทำให้ถูกทำให้เป็นหรือไม่ จะว้ากหรือไม่ว้ากก็ช่าง แต่ถ้ามีระบบอันนึงแล้วช่วยสร้างคนที่มีน้ำใจแบ่งบันกัน ช่วยเหลือกัน บนความแตกต่างหลากหลาย ดีกว่าจะใช้ความแตกต่างหลากหลายมาทำให้เกิด “ความขัดแย้ง” แต่บางคนก็ยังมาบอกว่าสังคมต้องการความขัดแย้ง ซึ่งอันที่จริงความขัดแย้งนั้นเป็นตัวปัญหาต่างหากหละ สิ่งที่สังคมต้องการจริงๆ น่าจะใช้คำว่า “ความแตกต่างหลากหลายทางด้านความคิด” มากกว่า ทุกคนล้วนมีสิทธิคิดต่าง แต่สุดท้ายเราน่าจะนำความแตกต่างเหล่านั้นมาช่วยเหลือกัน ดีกว่ามาแหย่ให้คนขัดแย้งกัน ทะเลาะกัน ตีกันแล้วไม่ได้ไปไหนซะที ผมว่าหากเราเข้าใจการอยู่ร่วมกันและแก้ปัญหาไปด้วยกันมากขึ้น ผมว่ามันคงสวยงามกว่าระบบสังคมที่เต็มไปด้วยอำนาจ การแข่งขันที่น่ากลัวในโลกใบนี้อีกครับ ก็ฝากไว้สั้นๆ เพียงเท่านี้ครับ

love

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://socanpcmu.forumth.com
 
ห้องเชียร์ รับน้อง และการว้าก...
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณสามารถพิมพ์ตอบได้
Soc-Anp CMU :: บอร์ดชุมชนนักศึกษาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา :: กระดานสนทนา-
ตอบไปที่: